วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

คำสอนของหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม


มนุษย์เราเกิดมาก็ต้องทำบาป
เมื่อทำแล้ว
ก็ต้องได้รับผลกรรมที่เราทำไว้
นี่เป็นสัจจะความจริงอย่างเด็ดขาด

พ่อแม่ของเราทำกรรมมา
เราเกิดมาก็ทำกรรมไป
ทำไปทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว

คนทำบาปจึงมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย
ทำบาปย่อมได้บาป
ทำบุญย่อมได้บุญ

มีบางคนชอบพูดคะนองปากว่า
ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป

พูดอย่างนี้ผิด
พูดไม่รู้จริง
เรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนี้
เราต้องใจเย็นคอยดูผลตลอดชีวิต
อย่าดูในระยะสั้นๆ
ต้องดูไปเรื่อยๆ ในระยะยาว
อย่าใจร้อนอยากจะเห็นผลดี
ในเวลาอันรวดเร็วนัก

ทำดียังไม่ได้ดี
เราต้องรอคอยผลดีได้
การทำดีเพื่อจะให้ดีนั้น
เราต้องทำให้ถูกหลักคือ
ทำให้ถูกดี ทำให้ถึงดี ทำให้พอดี
อย่าทำเกินพอดี
ทำให้ถูกบุคคล
ทำให้ถูกกาลเทศะ

การต้องการผลดีตอบแทนนั้น
อย่าหวังผลแต่ด้านวัตถุท่าเดียว
ต้องหวังผลทางใจคือ
ความสายใจ ความสุขใจด้วย

(จาก สิทธา เชตวัน - เวรกรรม 27 หน้า 6)

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คำสอนของหลวงปู่โต๊ะ อินทสุวณฺโณ



รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์
เรียกว่า กามคุณทั้ง 5
เราพึงสังเกตว่า
จิตของเรามันตกอยู่ในกามคุณตัวใดบ้าง
เมื่อเรารู้ว่า
มันติดอยู่ในความพอใจ ในรูปก็ดี ในเสียงก็ดี ในกลิ่นก็ดี
ในสัมผัสก็ดี ในธรรมารมณ์ก็ดี
เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ตัวใดตัวหนึ่งก็ตาม
ความสงบหามีขึ้นกับเราไม่
เพราะจิตมันเข้าไปอยู่ในกาม ความสงบไม่มี
เมื่อความสงบไม่มี
จิตฟุ้งซ่านไปในรูปบ้าง ไปในเสียงบ้าง ไปในกลิ่นบ้าง
ไปในรสบ้าง ไปในสัมผัสบ้าง
จิตตกอยู่ในกาม ความสงบหาเกิดขึ้นได้ไม่
สมถกรรมฐาน ถ้าความสงบไม่มี เรียก สมถะ ไม่ได้
วิธีแก้ไม่ให้จิตมันตกไปในกามคุณทั้งห้า
ให้พิจารณากายคตานุสสติ หรือ อสุภกรรมฐานก็ได้
จะช่วยกันล้างความเห็นผิดของจิตเราให้มันพอใจ ชอบใจ
ว่าไม่แน่นอน มันมีแต่ทุกข์
.............
(จาก หนังสือธรรมะมหาชน สงบจิต - จิตสงบ)

วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คำสอนของ...หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

ผู้ปฏิบัติศาสนา อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย
ท่านไม่ต้องหามื้อหาวันหาฤกษ์หายาม
ทำการทำงานต้องหามื้อหาวัน ไม่ใช่วันนั้นไม่ดีวันนี้ไม่ดี
วันมันไม่ได้ทำอะไรแก่คน
วันดีทำไมคนตายล่ะ วันไม่ดีทำไมคนยังเกิด
ในเจ็ดวัน อาทิตย์จันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เสาร์นี้
ทำไมมันมีเท่านี้
คือสมมุติว่า เราจะทำการงานสิ่งใด
พร้อมเพรียงกันรึยัง
เขาหาวันพร้อมเพรียงกัน
จะเอาวันไหน เวลาไหน นัดกันพร้อมเพรียงกัน
ถ้าพร้อมกันแล้วละวันนั้นแหละดี
ให้หาวันอย่างนี้
ถ้าวันใดยังไม่พร้อมเพรียงกันอย่าเพ่อทำ
จะแต่งงานแต่งการกัน
หรือจะปลูกบ้านปลูกช่องตึกร้านค้าอาคารก็ตาม
ให้รู้ไว้คือวันไหน มันพร้อมกันแล้วเรียบร้อยแล้ว
ทำได้ ขึ้นได้
ถ้ายังไม่พร้อมแล้วมันขัดข้อง เรียกว่าวันไม่ดี
เขาหาวันอย่างนี้หรอก ให้เข้าใจซิ
อธิบายย่อๆ ให้ฟังนี่แหละให้ละเว้นเหล่านี้
แล้วดูว่าดวงดีดวงไม่ดี
คนโกหกหลอกลวงกันให้วุ่นวายเดือดร้อน
ในพระพุทธศาสนาดวงดีก้ดูซี
มันไม่ได้มาจากฟ้าอากาศ
ให้ดูดวงดีแล้วเดี๋ยวนี้ ดวงดีมันเป็นยังงี้
ดวงดีรวมมาสั้นๆ
คือใจเราดี มีความสุขความสบาย
เมื่อในเราสุข ใจเราสบาย แล้วทำอะไรๆ มันก็สบาย
การงานมันก็สบาย ประเทศชาติมันก็สบาย
นี่เรียกว่าดวงดี

(จากเรื่อง มันเป็นอย่างนี้ คำสอนและหลักปฏิบัติธรรม)

วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คำสอนจาก..หลวงปู่ขาว อนาลโย


อันสกุลที่ว่าสูงหรือต่ำนั้น
บรรดาสัตว์โลกผู้อยู่ใต้อำนาจกฎแห่งกรรม
ย่อมมีทางเกิดได้ด้วยกัน
อย่าว่าแต่ปู่คนเดียวเลย
แม้แต่ภพชาติสูงต่ำนั้นเป็นสายทางเดินของสัตว์โลก
ผู้มีกรรมจำต้องเดินต้องผ่านเหมือนกันหมด
คนมีวาสนามากก็ผ่าน
คนมีวาสนาน้อยก็ผ่านภพกำเนิดสกุลต่างๆ ดังกล่าวมา
เช่นหลานเป็นพระเจ้าฟ้าเจ้าคุณ มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่
หลานจากที่นี่ไปกรุงเทพฯ ด้วยเท้าก็ดี
ด้วยรถยนต์ รถไฟก็ดี ด้วยเรือเหาะเรือบินก็ดี
หลานจำต้องผ่านดินฟ้าอากาศ
เย็นร้อนอ่อนแข็งที่สูงๆ ต่ำๆ
ซึ่งมีอยู่ตามรายทางเรื่อยไป
จนถึงจุดหมายปลายทางคือกรุงเทพฯ โดยไม่อาจสงสัย


การเกิดในสกุลสูงๆ ต่ำๆ ตลอดภพชาติต่างๆ กันนั้น
สัตว์โลกเกิดตามวาระกรรมของตนมาถึง
แม้จะทรงบุญหนักศักดิ์ใหญ่
แต่เมื่อถึงวาระกรรมของตนที่ควรจะเสวยอย่างไร
ก็จำต้องเสวยตามรายทางคือภพชาตินั้นๆ


เท่าที่ปู่มาเกิดในสกุลชาวนา
ปู่ก็ไม่เสียอกเสียใจ ไม่น้อยเนื้อต่ำใจ
เพราะปู่เชื่อว่า ปู่มาเกิดตามวาระกรรมของปู่เอง
ปู่จึงไม่ตำหนิติเตียนบิดามารดาผู้ให้กำเนิด
ตลอดญาติมิตรพี่น้องที่เกิดร่วมและใกล้ชิดสนิทกันว่ามาให้โทษปู่
มันเป็นกรรมของใครของเรา
ดังธรรมท่านสอนไว้ไม่มีผิด ไม่มีที่คัดค้าน
ปู่ยอมรับธรรมท่านอย่างซึ้งใจ ไม่มีวันถอนเลย


(จาก หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ขาว อนาลโย)

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คำสอนจาก..หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว
ไม่ควรทำความผูกพัน
เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้จะทำความผูกพันและมั่นใจในสิ่งนั้น
กลับมาเป็นปัจจัยก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้น
เป็นทุกข์แต่เพียงผู้เดียว
โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังไม่มาถึง
ก็เป็นสิ่งไม่ควรยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน
อดีตควรปล่อยไว้ตามอดีต
อนาคตก็ควรปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้น
ที่จะสำเร็จเป็นประโยชน์ได้
เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ไม่สุดวิสัย

(จากหนังสือดอกบัวบาน(บนแผ่นดินสยาม
)